“ นายพูดอย่างนี้ได้ไง ยังมีความเป็นคนอยู่หรือ นายรู้ตัวว่าผิดใช่ไหม รีบขอโทษพวกเราสิ ไม่แน่นะเราอาจจะยกโทษให้ก็ได้ ”
พิมดาวพูดจบเอามือกอดอกไว้แล้วยักคิ้วให้อย่างถือดี เจษฎานึกขำเธออยู่ในใจที่พิมดาวที่เธอกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ไม่กลัวที่เขาตัวใหญ่กว่า คิดหาทางแกล้งให้เธอโกรธมากกว่าเดิม จึงใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของพิมดาว
“ เก่งจริงๆ เลยคุณถ้าผมไม่ขอโทษแล้วจะเกิดอะไรมิทราบ ”
พิมดาวโมโหขึ้นอีกตามความต้องการของเจษฎา พิมดาวจับมือของเจษฎาข้างที่เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ในนาทีแห่งความชุลมุนเธอกัดหมับเข้าให้สมกับความแค้นที่เขามากวนประสาทอย่างเร็ว เจษฎาสะบัดมือออกหน้าตาเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่มันกลับไม่เป็นผลเธอกัดเขาแรงมากกว่าเดิม เจษฎารีบดันหัวของพิมดาวออก
“โอ้ย! ปล่อยสิคุณ ผมเจ็บ ”
ทั้งป้าบุญแสวงและทศลักษณ์ต้องรีบมาดึงตัวพิมดาวออกมาอย่างทุลักทุเลไม่ให้เธอทำร้ายเขาได้ ทั้งสี่คนยืนหอบตัวโยนไปตามๆ กัน เจษฎาเมื่อหลุดจากพิมดาวได้ก้มลงมองที่มือของตัวเองเห็นเป็นรอยฟันชัดเจนแถมด้วยเลือดออกมาซึมๆ ตามรอยฟัน ป้าบุญแสวงเห็นแผลรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง
“ คุณเจษเป็นอย่างไรบ้าง ว้าย! ดูสิแผลลึกด้วย ”
พิมดาวหลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ยืนแหล่มองแผลที่มือของเจษฎาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปจริงๆ ที่กัดเขาจนเลือดออก ทศลักษณ์ตอกย้ำให้เธอได้คิด
“ พิมทำอะไรลงไป อากาศมันร้อนหรือบ้าไปแล้วถึงได้กัดเขาจนเต็มแรง ถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้เลย ”
พิมดาวเมื่อถูกดุหน้าแทบจะหดเหลือสองนิ้ว ก้มหน้านิ่งยอมรับในความผิดของตัวเอง เจษฎาเห็นพิมดาวสงบลงไม่วายพูดจากวนประสาท
“ คุณมากัดผมเป็นแผลฉีดยาหรือยัง ถ้าผมเป็นบ้าขึ้นมาจะทำไง ”
พิมดาวเงยหน้ามามองเจษฎาเห็นเขายิ้มกว้างยักคิ้วหงึกๆ เธอหันไปชี้ให้ทศลักษณ์ดูการกระทำของเจษฎา
“ ลักษณ์ดูสิเขามาว่าพิมเป็นหมา ยอมได้ไง เอาอีกข้างดีไหมเนี่ย ”
พิมดาวทำท่าจะกระโจนเข้าไปหา เจษฎาสะดุ้งหลบไปยืนข้างหลังป้าบุญแสวง ทศลักษณ์ต้องจับไม่ให้พิมดาวทำเรื่องบ้าๆ ได้อีก
“ พอได้แล้วพิม ทำเป็นเด็กๆ ไปได้ ”
ทศลักษณ์จับพิมดาวไว้แน่นพร้อมกับหันมาขอโทษเจษฎา
“ คุณครับ ผมต้องขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย เธอคงจะอารมณ์ไม่ค่อยดีถึงได้หงุดหงิด อย่าถือสาเลยนะครับ ”
เจษฎาเอ่ย
“ พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ผมยกโทษให้ก็ได้เห็นแก่คุณนะ ”
พิมดาวโวยวายใส่ทศลักษณ์
“ ลักษณ์ไปขอโทษเขาทำไหม ก็เขามาพูดกวนประสาทพิมก่อนนี่นา ”
ทศลักษณ์ปรามเธอด้วยสายตาทำให้พิมดาวไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ ในระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของพิมดาวดังขึ้นมา พิมดาวรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“ ฮัลโหล! พิมพูดค่ะ ”
แต่เสียงปลายสายกลับมีอารมณ์โกรธมากกว่า
“ พิมตอนนี้อยู่ไหน ลักษณ์อยู่ด้วยใช่ไหม ไหนบอกว่าบ่ายโมงจะขึ้นมา พี่ให้เวลาแค่ห้านาทีนะ ถ้ายังไม่มาที่ขอพี่ไว้ว่าลาหยุดพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ พี่จะไม่เซ็นให้ รีบมาเดี๋ยวนี้ ”
พิมดาวรีบเอาโทรศัพท์ห่างออกจากหูแทบไม่ทัน พี่ระรินหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่พวกเขาทั้งสองคนทำงานอยู่ด้วยโทรมาตามให้กลับไปทำงาน เมื่อพูดเสร็จก็วางสายไปไม่ให้เธอพูดแก้ตัว พิมดาวหันไปกระซิบกับทศลักษณ์
“ ลักษณ์ พี่รินโทรมาโกรธมากด้วย พวกเราตายแน่ เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ ถ้าขืนเราไม่รีบขึ้นไปนะที่พิมขอหยุดพักร้อนพรุ่งนี้คงอด ไปกันเถอะ ”
ทศลักษณ์ผ่อนลมหายใจออกมาที่ไม่ต้องมายืนให้คนเขาดูกันแบบนี้ เขาอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไว้ที่ไหนแล้ว พยักหน้าพร้อมกับจูงให้พิมดาวรีบเดินออกไปจากบริเวณนี้ พิมดาวรีบวิ่งไปแต่ยังไม่วายหันไปชี้ที่หน้าของเจษฎาอย่างเอาเรื่อง
“ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ เจอกันคราวหน้านายตายแน่ ”
เจษฎาหัวเราะออกมาเสียงดัง ผู้หญิงคนนี้ถ้าอยู่ใกล้ๆ คงมีแต่เรื่องสนุกทั้งวัน รีบตะโกนตามหลังพิมดาวไป
“ รีบมาเจอผมนะครับ จะรอด้วยความยินดี ”
พิมดาวหันมาแลบลิ้นให้เขาเป็นการส่งท้าย หลังจากพิมดาววิ่งออกไป เจษฎาขอโทษทุกๆ คนที่เขามาแซงคิว ป้าบุญแสวงจึงหันไปทำต่อ โดยมีเจษฎาคอยเป็นลูกมือให้จนคนในร้านหมด ทั้งคู่จึงนั่งลงคุยกัน ป้าแสงเริ่มบทสนทนาขึ้น
“ เป็นอย่างไรบ้างค่ะ เมื่อยไหม ที่จริงคุณเจษไม่ต้องมาช่วยป้าทำก็ได้ ”
เจษฎาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ตอนนี้ตัวเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะยังไม่ชินกับอากาศที่ร้อนของเมืองไทย
“ ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมอยู่บ้านก็นั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านอยู่แล้ว มาทำอะไรแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันนะครับ ”
ป้าบุญแสวงนั่งนวดแขนนวดขาของตัวเองไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า เจษฎาจึงช่วยบีบนวดให้ป้าบุญแสวงอีกแรงหนึ่ง
“ แต่ว่าวันนี้ป้าตกใจหนูผู้หญิงคนนั้นมากเลยนะ ไม่รู้ว่าเธอจะโกรธมาก ถ้าป้ารู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบเมื่อตอนกลางวัน ป้าคงจะทำให้โต๊ะของหนูคนนั้นก่อนแล้ว คุณเจษก็ไม่คงต้องโดนว่าและโดนกัดจนเจ็บตัวด้วย ป้าขอโทษนะที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ”
เจษฎาหัวเราะร่วน เขาคิดแล้วก็ขำไม่หยอกที่มาเจอเรื่องเมื่อตอนกลางวัน จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้โกรธเธอคนนั้นเลยสักนิด กลับรู้สึกถูกชะตากับเธอ เพราะเขาก็ผิดจริงๆ อย่างที่เธอบอก เธอคงจะรอมานานแล้วไม่งั้นคงไม่โกรธขนาดนั้น
เขาก้มลงมองรอยฟันที่มือของเขาลูบไปมา เราจะเจอเธอได้อีกที่ไหนนะหน้าหวานๆ แบบนั้น แต่จะว่าไปแล้วเธอก็วิ่งขึ้นไปทางตึกนี้ก็น่าจะทำงานอยู่ที่บริษัทของคุณพ่อ ไว้พรุ่งนี้มาทำงานวันแรกลองมาหาดูดีกว่า เขานั่งอมยิ้มอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานเมื่อคิดถึงหน้าหวานๆ
พิมดาวและทศลักษณ์หลังจากที่กลับมาถึงที่ทำงานก็ต้องมายืนให้พี่ระรินบ่นจนหูชาที่มาทำงานสาย หลังจากนั้นทั้งคู่จึงแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง จนกระทั่งหกโมงเย็นพี่ระรินเดินมาหยุดอยู่ทิ่ตรงหน้าของพิมดาวเคาะโต๊ะพร้อมกับส่งแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ พิมดาวเงยหน้าขึ้นมาจากงานที่ทำ เธอรับมาแล้วอ่านดู พี่ระรินพูดเปรยๆ ขึ้นมา
“ พี่เซ็นให้แล้วนะใบลาหยุดพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ วันนี้พิมต้องทำงานให้เสร็จจนหมดก่อนนะถึงจะหยุดได้ พี่ไปก่อนนะ”
พิมดาวยังทำหน้างงๆ หลังจากตั้งสติได้กระโดดตัวลอยดีใจที่จะได้หยุดลาพักร้อน กอดพี่ระรินเสียแน่นพร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวา
“ ขอบคุณค่ะพี่ระริน พิมรักพี่มากที่สุดในโลกเลย พี่รีบกลับเถอะค่ะ เดี๋ยวพิมจะทำงานให้เสร็จจนหมดเองค่ะ ”
พี่ระรินยิ้มหัวเราะออกมา เอ็นดูในความสดใสร่าเริงของพิมดาว ขยี้หัวเธอจนโคลงไปมา แล้วเดินไปรอลิฟท์เพื่อที่จะกลับบ้าน พิมดาวหันมาทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น มีทศลักษณ์ที่หลังจากทำงานของตัวเองเสร็จแล้วก็เคยช่วยทำงานอยู่ข้างๆ จนเวลาล่วงไปเกือบจะเที่ยงคืน พิมดาวเอนตัวบิดขี้เกียจ
“ เสร็จเสียที กลับกันเถอะลักษณ์ ”
พิมดาวพูดจบเอามือกอดอกไว้แล้วยักคิ้วให้อย่างถือดี เจษฎานึกขำเธออยู่ในใจที่พิมดาวที่เธอกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ไม่กลัวที่เขาตัวใหญ่กว่า คิดหาทางแกล้งให้เธอโกรธมากกว่าเดิม จึงใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของพิมดาว
“ เก่งจริงๆ เลยคุณถ้าผมไม่ขอโทษแล้วจะเกิดอะไรมิทราบ ”
พิมดาวโมโหขึ้นอีกตามความต้องการของเจษฎา พิมดาวจับมือของเจษฎาข้างที่เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ในนาทีแห่งความชุลมุนเธอกัดหมับเข้าให้สมกับความแค้นที่เขามากวนประสาทอย่างเร็ว เจษฎาสะบัดมือออกหน้าตาเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่มันกลับไม่เป็นผลเธอกัดเขาแรงมากกว่าเดิม เจษฎารีบดันหัวของพิมดาวออก
“โอ้ย! ปล่อยสิคุณ ผมเจ็บ ”
ทั้งป้าบุญแสวงและทศลักษณ์ต้องรีบมาดึงตัวพิมดาวออกมาอย่างทุลักทุเลไม่ให้เธอทำร้ายเขาได้ ทั้งสี่คนยืนหอบตัวโยนไปตามๆ กัน เจษฎาเมื่อหลุดจากพิมดาวได้ก้มลงมองที่มือของตัวเองเห็นเป็นรอยฟันชัดเจนแถมด้วยเลือดออกมาซึมๆ ตามรอยฟัน ป้าบุญแสวงเห็นแผลรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง
“ คุณเจษเป็นอย่างไรบ้าง ว้าย! ดูสิแผลลึกด้วย ”
พิมดาวหลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ยืนแหล่มองแผลที่มือของเจษฎาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปจริงๆ ที่กัดเขาจนเลือดออก ทศลักษณ์ตอกย้ำให้เธอได้คิด
“ พิมทำอะไรลงไป อากาศมันร้อนหรือบ้าไปแล้วถึงได้กัดเขาจนเต็มแรง ถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้เลย ”
พิมดาวเมื่อถูกดุหน้าแทบจะหดเหลือสองนิ้ว ก้มหน้านิ่งยอมรับในความผิดของตัวเอง เจษฎาเห็นพิมดาวสงบลงไม่วายพูดจากวนประสาท
“ คุณมากัดผมเป็นแผลฉีดยาหรือยัง ถ้าผมเป็นบ้าขึ้นมาจะทำไง ”
พิมดาวเงยหน้ามามองเจษฎาเห็นเขายิ้มกว้างยักคิ้วหงึกๆ เธอหันไปชี้ให้ทศลักษณ์ดูการกระทำของเจษฎา
“ ลักษณ์ดูสิเขามาว่าพิมเป็นหมา ยอมได้ไง เอาอีกข้างดีไหมเนี่ย ”
พิมดาวทำท่าจะกระโจนเข้าไปหา เจษฎาสะดุ้งหลบไปยืนข้างหลังป้าบุญแสวง ทศลักษณ์ต้องจับไม่ให้พิมดาวทำเรื่องบ้าๆ ได้อีก
“ พอได้แล้วพิม ทำเป็นเด็กๆ ไปได้ ”
ทศลักษณ์จับพิมดาวไว้แน่นพร้อมกับหันมาขอโทษเจษฎา
“ คุณครับ ผมต้องขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย เธอคงจะอารมณ์ไม่ค่อยดีถึงได้หงุดหงิด อย่าถือสาเลยนะครับ ”
เจษฎาเอ่ย
“ พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ผมยกโทษให้ก็ได้เห็นแก่คุณนะ ”
พิมดาวโวยวายใส่ทศลักษณ์
“ ลักษณ์ไปขอโทษเขาทำไหม ก็เขามาพูดกวนประสาทพิมก่อนนี่นา ”
ทศลักษณ์ปรามเธอด้วยสายตาทำให้พิมดาวไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ ในระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของพิมดาวดังขึ้นมา พิมดาวรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“ ฮัลโหล! พิมพูดค่ะ ”
แต่เสียงปลายสายกลับมีอารมณ์โกรธมากกว่า
“ พิมตอนนี้อยู่ไหน ลักษณ์อยู่ด้วยใช่ไหม ไหนบอกว่าบ่ายโมงจะขึ้นมา พี่ให้เวลาแค่ห้านาทีนะ ถ้ายังไม่มาที่ขอพี่ไว้ว่าลาหยุดพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ พี่จะไม่เซ็นให้ รีบมาเดี๋ยวนี้ ”
พิมดาวรีบเอาโทรศัพท์ห่างออกจากหูแทบไม่ทัน พี่ระรินหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่พวกเขาทั้งสองคนทำงานอยู่ด้วยโทรมาตามให้กลับไปทำงาน เมื่อพูดเสร็จก็วางสายไปไม่ให้เธอพูดแก้ตัว พิมดาวหันไปกระซิบกับทศลักษณ์
“ ลักษณ์ พี่รินโทรมาโกรธมากด้วย พวกเราตายแน่ เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ ถ้าขืนเราไม่รีบขึ้นไปนะที่พิมขอหยุดพักร้อนพรุ่งนี้คงอด ไปกันเถอะ ”
ทศลักษณ์ผ่อนลมหายใจออกมาที่ไม่ต้องมายืนให้คนเขาดูกันแบบนี้ เขาอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไว้ที่ไหนแล้ว พยักหน้าพร้อมกับจูงให้พิมดาวรีบเดินออกไปจากบริเวณนี้ พิมดาวรีบวิ่งไปแต่ยังไม่วายหันไปชี้ที่หน้าของเจษฎาอย่างเอาเรื่อง
“ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ เจอกันคราวหน้านายตายแน่ ”
เจษฎาหัวเราะออกมาเสียงดัง ผู้หญิงคนนี้ถ้าอยู่ใกล้ๆ คงมีแต่เรื่องสนุกทั้งวัน รีบตะโกนตามหลังพิมดาวไป
“ รีบมาเจอผมนะครับ จะรอด้วยความยินดี ”
พิมดาวหันมาแลบลิ้นให้เขาเป็นการส่งท้าย หลังจากพิมดาววิ่งออกไป เจษฎาขอโทษทุกๆ คนที่เขามาแซงคิว ป้าบุญแสวงจึงหันไปทำต่อ โดยมีเจษฎาคอยเป็นลูกมือให้จนคนในร้านหมด ทั้งคู่จึงนั่งลงคุยกัน ป้าแสงเริ่มบทสนทนาขึ้น
“ เป็นอย่างไรบ้างค่ะ เมื่อยไหม ที่จริงคุณเจษไม่ต้องมาช่วยป้าทำก็ได้ ”
เจษฎาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ตอนนี้ตัวเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะยังไม่ชินกับอากาศที่ร้อนของเมืองไทย
“ ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมอยู่บ้านก็นั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านอยู่แล้ว มาทำอะไรแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกันนะครับ ”
ป้าบุญแสวงนั่งนวดแขนนวดขาของตัวเองไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า เจษฎาจึงช่วยบีบนวดให้ป้าบุญแสวงอีกแรงหนึ่ง
“ แต่ว่าวันนี้ป้าตกใจหนูผู้หญิงคนนั้นมากเลยนะ ไม่รู้ว่าเธอจะโกรธมาก ถ้าป้ารู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบเมื่อตอนกลางวัน ป้าคงจะทำให้โต๊ะของหนูคนนั้นก่อนแล้ว คุณเจษก็ไม่คงต้องโดนว่าและโดนกัดจนเจ็บตัวด้วย ป้าขอโทษนะที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ”
เจษฎาหัวเราะร่วน เขาคิดแล้วก็ขำไม่หยอกที่มาเจอเรื่องเมื่อตอนกลางวัน จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้โกรธเธอคนนั้นเลยสักนิด กลับรู้สึกถูกชะตากับเธอ เพราะเขาก็ผิดจริงๆ อย่างที่เธอบอก เธอคงจะรอมานานแล้วไม่งั้นคงไม่โกรธขนาดนั้น
เขาก้มลงมองรอยฟันที่มือของเขาลูบไปมา เราจะเจอเธอได้อีกที่ไหนนะหน้าหวานๆ แบบนั้น แต่จะว่าไปแล้วเธอก็วิ่งขึ้นไปทางตึกนี้ก็น่าจะทำงานอยู่ที่บริษัทของคุณพ่อ ไว้พรุ่งนี้มาทำงานวันแรกลองมาหาดูดีกว่า เขานั่งอมยิ้มอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานเมื่อคิดถึงหน้าหวานๆ
พิมดาวและทศลักษณ์หลังจากที่กลับมาถึงที่ทำงานก็ต้องมายืนให้พี่ระรินบ่นจนหูชาที่มาทำงานสาย หลังจากนั้นทั้งคู่จึงแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง จนกระทั่งหกโมงเย็นพี่ระรินเดินมาหยุดอยู่ทิ่ตรงหน้าของพิมดาวเคาะโต๊ะพร้อมกับส่งแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ พิมดาวเงยหน้าขึ้นมาจากงานที่ทำ เธอรับมาแล้วอ่านดู พี่ระรินพูดเปรยๆ ขึ้นมา
“ พี่เซ็นให้แล้วนะใบลาหยุดพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ วันนี้พิมต้องทำงานให้เสร็จจนหมดก่อนนะถึงจะหยุดได้ พี่ไปก่อนนะ”
พิมดาวยังทำหน้างงๆ หลังจากตั้งสติได้กระโดดตัวลอยดีใจที่จะได้หยุดลาพักร้อน กอดพี่ระรินเสียแน่นพร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวา
“ ขอบคุณค่ะพี่ระริน พิมรักพี่มากที่สุดในโลกเลย พี่รีบกลับเถอะค่ะ เดี๋ยวพิมจะทำงานให้เสร็จจนหมดเองค่ะ ”
พี่ระรินยิ้มหัวเราะออกมา เอ็นดูในความสดใสร่าเริงของพิมดาว ขยี้หัวเธอจนโคลงไปมา แล้วเดินไปรอลิฟท์เพื่อที่จะกลับบ้าน พิมดาวหันมาทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น มีทศลักษณ์ที่หลังจากทำงานของตัวเองเสร็จแล้วก็เคยช่วยทำงานอยู่ข้างๆ จนเวลาล่วงไปเกือบจะเที่ยงคืน พิมดาวเอนตัวบิดขี้เกียจ
“ เสร็จเสียที กลับกันเถอะลักษณ์ ”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น