ความรักที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นความรักที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผมศึกษาในมหาลัย แห่งหนึ่งของรัฐ ผมชื่อ พอส อยู่ปี 2 คณะนิติศษสตร์ คับ ส่วนเธอ ชื่อ มิวรุ่นน้องปี 1 คณะบริหาร เกิดขึ้นจากการแอบรัก แต่ความรักนี้ไม่สามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ได้ เพราะติดตรงที่ ผมบอกเขาช้าไปและอีกอย่าง เรานับถือกัน เป็นพี่เป็นน้องกันจริงๆเจอกันรุ่นน้องต้องไหว้เป็นมารญาติ ที่เราปลูกฝังกันมารุ่นต่อรุ่นคับ เขาเรื่องเลยน่ะคับ
วันนั้นเป็นวันที่ทางมหาลัย จัดงานวันบายศรีสู่ขวัญ ซึ้งผมเป็นหนึ่งในตัวแทนจัดงานนี้และมีรุ่นพี่ ที่คณะไปสรรหาน้อง ปี 1 มาเป็นตัวแทนเดินในงานบายศรีคับ เป็นพอได้รุ่นน้องมามากมาย แต่ในวันนั้นที่เจอ มิวครั้งแรกผมยัง ไม่มีความรู้ศึกษาหรอกคับเฉยๆ แต่พอร่วมงานกันมากขึ้น รุ่นพี่ผมจึงเอาน้องๆกลุ่มนี้เข้ามาเป็นหนึ่งในชมรม ชมรมผมคือชมรมอาสาสมัครช่วยงานของสโมสร ทุกอย่างครับ และความรักก็เกิดขึ้นเมื่อ วันที่มหาลัยมีการเปิดโลกกิจกรรม แน่นอนครับผมต้องไปช่วยงาน ในวันนั้นพี่เขานัดให้ใส่เสื้อ ชมรมคือผ้าฝ้ายแต่น้องปีหนึ่ง ได้แค่เสื้อยืด มิวก็เข้ามาคุยด้วยเราหยอกล้อกันเล่นตามภาษาวัยรุ่นทั่วๆไป ผมใส่เสื้อไปสองตัวก็เลยร้อน ก็เลยถอดเสื้อฝ้ายออก มิวก็เลยยืมใส่ และการที่มีรุ่นน้องน่ารัก เอาเสื้อเราไปใส่นั้นมันเป็นความ ดีใจเล็กๆครับทำให้ผมเริ่ม มีความรู้สึกดีๆกับ มิวก็ตอนนี้ล่ะครับ
หลังจากนั้นเราเริ่มทักเฟสกัน ถามเรื่องชมรมทั่วๆไป แต่ยิ่งนับวันยิ่ง คุยกันนานขึ้น ความสัมพันธ์เริ่ม เปลี่ยนแปลงจากพี่ ผมเริ่มคิดมากกกว่านั้น แต่ผมก็แอบๆคิดว่า มิวก็ต้องรักผมบ้างล่ะคุยเฟสกันทุกวันทักกันตลอด ซึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ มิวจะกลับบ้านจึงให้ผมไปส่งที่ บขส ผมจึงรีบตอบตกลงไปส่งทันทีและระหว่างขับรถไปเราก็หยอกล้อกันเล่นไป เหมือนคนรักกัน ความรู้สึกตอนนั้น ผมบอกตามตรงเลยว่าไม่อยากจาก แม้เราจะรู้ว่าแค่กลับบ้าน แต่มันมีความรู้สึกเหมือนใจจะขาดไม่อยากจากกันหลายๆคนคงจะเคยเป็นน่ะคับ มันบอกไม่ถูกว่าเรากำลัง ตกหลุมรักเขา หรืออย่างไง แต่มันมีความรู้สึกอยากจะอยู่กับเขาใกล้ๆกันแม้ว่าตอนนั้น เราจะยังไม่ใช่แฟนกันแต่ ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นกับผมเข้าแล้ว "พอไปส่งเขากลับมาที่ห้องก็รีบ เปิดเฟสทักเขาไป ตลอดว่าถึงไหนแล้วเราพิมแชทกันจน มิวถึง บ้าน และหลังจากนนั้น มิวก็ไปอาบน้ำนอนเพราะอยู่ บ้านต้องเข้านอนเร็ว มิวนอนกับพ่อแม่น่ะครับ เขาเป็นลูกคนเดียว
พอถึงวันอาทิตย์มิวก็โทรมาให้ผมไปรับที่ บขส ความรู้สึกที่เจอกันตอนนั้นเหมือนเรารอคอยเขามาแสนนาน ผมเป็นเอามากแล้วครับตอนนั้น ผมจะชอบออกมากินข้าวตอนดึกๆ ประมาณตี สอง ตีสาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักศึกษาครับ แน่นอนว่าผมชวน มิว ไปกินข้าวเกือบทุกครั้งและมิวก็ ไม่เคยปฏิเสธ เราทำอยู่อย่างนี้มานานเป็นเดือนผมก็ยังไม่กล้าบอกรัก เธอเพื่อนผมก็คงดูออกเวลาไปกินข้าว แล้วมีเพื่อนไปด้วยจะชอบ แซวว่า เป็นแฟนกัน และ มิวก็จะบอกว่า ป่าวพี่น้องกัน ซึ่งอันนี้เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผม ไม่กล้าบอกรักเธอไปตรงๆ และเราเคยนั่งคุยกันเรื่องแฟนเก่า เธอเคยบอกกับผมว่าอยากอยู่คนเดียวมากกว่า มันยิ่งทำให้ผมไม่กล้าบอกรักเธอเข้าไปอีก
ซึ่งพอมาถึงช่วงสอบ ผมก็อ่านหนังสือหนักอยู่ แต่ห้องไม่ได้ ออกไปไหน วันๆก็คุ๊กอยู่แต่กับหนังสือไม่ได้ติดต่อกัน ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเจอจางลง และวันนั้นผมก็ออกไปกินข้าวกันเพื่อนตามปกติ ตอนแรกผมไม่เห็น มิว พอสั่งข้าวเสร็จจะนั่งลงโต๊ะเพื่อนผมก็ แซว มิวว่า มากับแฟนหรอ และพวกมันก็ขำกัน ทำให้ผมต้องรีบหันหน้าไปมองอย่างเร็ว ซึ่งผมเห็นเขามากับ ผู้ชายคนนึง นั่งหยอกล้อกัน เหมือนคนรัก ทำให้ผมมองออกเลยว่า แฟนมิวนั้น เอง ความรู้สึกในตอนนั้นทำให้ผม รู้สึกใจหวิวๆว่านี่เราเสียเขาไปแล้ว ที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งไปกินข้าว แชทเฟส ทุกอย่าง มันไม่มีค่าอีกต่อไปเพราะเธอมีแฟนแล้ว ผมเคยคิดจะบอกเธอว่าผมรัก เธอแต่ผมก็ไม่บอก เพราะกลัวการปฎิเสธจากเธอ ทำให้ผมเสียเธอไปในวันนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครที่กำลังแอบรักใครซักคน ขอให้รีบบอกน่ะคับ เพราะมันอาจจะสายเกินไป อย่างผม
หลังจากนั้นก็ได้แค่คอยเฝ้ามองเขา เพราะเราจะเจอกันบ่อย เพราะทำงานในชมรมด้วยกันตลอด
เดี๋ยวว่างๆจะมาเล่าต่อครับเพราะต่อจากนี้ จะมีแต่ความเศร้า
วันนั้นเป็นวันที่ทางมหาลัย จัดงานวันบายศรีสู่ขวัญ ซึ้งผมเป็นหนึ่งในตัวแทนจัดงานนี้และมีรุ่นพี่ ที่คณะไปสรรหาน้อง ปี 1 มาเป็นตัวแทนเดินในงานบายศรีคับ เป็นพอได้รุ่นน้องมามากมาย แต่ในวันนั้นที่เจอ มิวครั้งแรกผมยัง ไม่มีความรู้ศึกษาหรอกคับเฉยๆ แต่พอร่วมงานกันมากขึ้น รุ่นพี่ผมจึงเอาน้องๆกลุ่มนี้เข้ามาเป็นหนึ่งในชมรม ชมรมผมคือชมรมอาสาสมัครช่วยงานของสโมสร ทุกอย่างครับ และความรักก็เกิดขึ้นเมื่อ วันที่มหาลัยมีการเปิดโลกกิจกรรม แน่นอนครับผมต้องไปช่วยงาน ในวันนั้นพี่เขานัดให้ใส่เสื้อ ชมรมคือผ้าฝ้ายแต่น้องปีหนึ่ง ได้แค่เสื้อยืด มิวก็เข้ามาคุยด้วยเราหยอกล้อกันเล่นตามภาษาวัยรุ่นทั่วๆไป ผมใส่เสื้อไปสองตัวก็เลยร้อน ก็เลยถอดเสื้อฝ้ายออก มิวก็เลยยืมใส่ และการที่มีรุ่นน้องน่ารัก เอาเสื้อเราไปใส่นั้นมันเป็นความ ดีใจเล็กๆครับทำให้ผมเริ่ม มีความรู้สึกดีๆกับ มิวก็ตอนนี้ล่ะครับ
หลังจากนั้นเราเริ่มทักเฟสกัน ถามเรื่องชมรมทั่วๆไป แต่ยิ่งนับวันยิ่ง คุยกันนานขึ้น ความสัมพันธ์เริ่ม เปลี่ยนแปลงจากพี่ ผมเริ่มคิดมากกกว่านั้น แต่ผมก็แอบๆคิดว่า มิวก็ต้องรักผมบ้างล่ะคุยเฟสกันทุกวันทักกันตลอด ซึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ มิวจะกลับบ้านจึงให้ผมไปส่งที่ บขส ผมจึงรีบตอบตกลงไปส่งทันทีและระหว่างขับรถไปเราก็หยอกล้อกันเล่นไป เหมือนคนรักกัน ความรู้สึกตอนนั้น ผมบอกตามตรงเลยว่าไม่อยากจาก แม้เราจะรู้ว่าแค่กลับบ้าน แต่มันมีความรู้สึกเหมือนใจจะขาดไม่อยากจากกันหลายๆคนคงจะเคยเป็นน่ะคับ มันบอกไม่ถูกว่าเรากำลัง ตกหลุมรักเขา หรืออย่างไง แต่มันมีความรู้สึกอยากจะอยู่กับเขาใกล้ๆกันแม้ว่าตอนนั้น เราจะยังไม่ใช่แฟนกันแต่ ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นกับผมเข้าแล้ว "พอไปส่งเขากลับมาที่ห้องก็รีบ เปิดเฟสทักเขาไป ตลอดว่าถึงไหนแล้วเราพิมแชทกันจน มิวถึง บ้าน และหลังจากนนั้น มิวก็ไปอาบน้ำนอนเพราะอยู่ บ้านต้องเข้านอนเร็ว มิวนอนกับพ่อแม่น่ะครับ เขาเป็นลูกคนเดียว
พอถึงวันอาทิตย์มิวก็โทรมาให้ผมไปรับที่ บขส ความรู้สึกที่เจอกันตอนนั้นเหมือนเรารอคอยเขามาแสนนาน ผมเป็นเอามากแล้วครับตอนนั้น ผมจะชอบออกมากินข้าวตอนดึกๆ ประมาณตี สอง ตีสาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักศึกษาครับ แน่นอนว่าผมชวน มิว ไปกินข้าวเกือบทุกครั้งและมิวก็ ไม่เคยปฏิเสธ เราทำอยู่อย่างนี้มานานเป็นเดือนผมก็ยังไม่กล้าบอกรัก เธอเพื่อนผมก็คงดูออกเวลาไปกินข้าว แล้วมีเพื่อนไปด้วยจะชอบ แซวว่า เป็นแฟนกัน และ มิวก็จะบอกว่า ป่าวพี่น้องกัน ซึ่งอันนี้เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผม ไม่กล้าบอกรักเธอไปตรงๆ และเราเคยนั่งคุยกันเรื่องแฟนเก่า เธอเคยบอกกับผมว่าอยากอยู่คนเดียวมากกว่า มันยิ่งทำให้ผมไม่กล้าบอกรักเธอเข้าไปอีก
ซึ่งพอมาถึงช่วงสอบ ผมก็อ่านหนังสือหนักอยู่ แต่ห้องไม่ได้ ออกไปไหน วันๆก็คุ๊กอยู่แต่กับหนังสือไม่ได้ติดต่อกัน ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเจอจางลง และวันนั้นผมก็ออกไปกินข้าวกันเพื่อนตามปกติ ตอนแรกผมไม่เห็น มิว พอสั่งข้าวเสร็จจะนั่งลงโต๊ะเพื่อนผมก็ แซว มิวว่า มากับแฟนหรอ และพวกมันก็ขำกัน ทำให้ผมต้องรีบหันหน้าไปมองอย่างเร็ว ซึ่งผมเห็นเขามากับ ผู้ชายคนนึง นั่งหยอกล้อกัน เหมือนคนรัก ทำให้ผมมองออกเลยว่า แฟนมิวนั้น เอง ความรู้สึกในตอนนั้นทำให้ผม รู้สึกใจหวิวๆว่านี่เราเสียเขาไปแล้ว ที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งไปกินข้าว แชทเฟส ทุกอย่าง มันไม่มีค่าอีกต่อไปเพราะเธอมีแฟนแล้ว ผมเคยคิดจะบอกเธอว่าผมรัก เธอแต่ผมก็ไม่บอก เพราะกลัวการปฎิเสธจากเธอ ทำให้ผมเสียเธอไปในวันนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครที่กำลังแอบรักใครซักคน ขอให้รีบบอกน่ะคับ เพราะมันอาจจะสายเกินไป อย่างผม
หลังจากนั้นก็ได้แค่คอยเฝ้ามองเขา เพราะเราจะเจอกันบ่อย เพราะทำงานในชมรมด้วยกันตลอด
เดี๋ยวว่างๆจะมาเล่าต่อครับเพราะต่อจากนี้ จะมีแต่ความเศร้า
1 ความคิดเห็น:
ตรงกันจริงๆค่ะ เป็นเหมือนกันเลย
แสดงความคิดเห็น