หนึ่งคำที่หนูอยากให้แม่รับรู้คือ”หนูขอโทษ”
ไม่ว่าใครต่างก็เคยทำผิดมาด้วยกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าความผิดนั้นมันจะร้ายแรงหรือส่งผลต่อคนที่เรารักแค่ไหน…เรื่องราวของฉันเกิดขึ้นเมื่อ12ปีที่แล้ว ถึงเรื่องราวมันจะเลยผ่านมานับสิบปี แต่ทว่าเรื่องราวเหล่านั้นมันไม่เคยเลือนรางหายไป ทุกคำพูด ทุกท่าทาง มันยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำที่แสนเลวร้าย ตราบนานเท่านาน…
ตอนนั้นฉันอาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็กๆแห่งหนึ่งกับแม่และป้าเพียงลำพัง ฉันเป็นเด็กไม่มีพ่อค่อนข้างก้าวร้าว และเอาแต่ใจ เรามีฐานะค่อนข้างยากจน แม่ฉันทำอาชีพรับจ้างเย็บผ้า ถึงเราจะฐานะยากจนแต่เราก็มีความสุขกันดี จนกระทั่งฉันอายุได้17ปี ฉันได้ย้ายโรงเรียนไปเจอกับเพื่อนกลุ่มใหม่ ฉันเข้ากันได้ดีกับเพื่อนกลุ่มนี้ และฉันติดเพื่อนๆในกลุ่มนี้มาก โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเพื่อนกลุ่มนี้เกเรกันขนาดไหน จนเวลาผ่านไป2เดือน ฉันสนิทกับเพื่อนกลุ่มนี้มากขึ้นจนเพื่อนคนหนึ่งชวนฉันไปเที่ยวเล่นที่บ้าน ฉันก็ตกลงที่จะไปโดยไม่ต้องคิด แต่ฉันกลับโกหกแม่ว่าอยู่ทำงานที่โรงเรียนเพราะกลัวว่าถ้าบอกความจริงแม่จะไม่ให้ไป
ฉันนั่งเล่นที่บ้านเพื่อนสักพักพวกเพื่อนก็ชวนให้ฉันดื่มสุรา ตอนแรกฉันก็ปฏิเสธไป เพราะกลัวแม่จะรู้
แต่เพื่อนๆพากันยุยงฉันหนักขึ้นๆเรื่อยๆ จนฉันยอมดื่มสุรากับพวกเธอ ฉันจำไม่ได้ว่าฉันดื่มไปเยอะเท่าไหร่
แต่ฉันรู้ว่าวันนั้นฉันเมาหนักมาก จนต้องนอนค้างที่บ้านเพื่อน โดยไม่ได้โทรบอกแม่ เมื่อรุ่งเช้าฉันตื่นมางัวเงียและเวียนหัวมาก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าต้องรับกลับบ้านฉันวิ่งออกไปเรียกวินมอไซน์กลับบ้านทันที
“ลูกหายไปไหนมา?” แม่ถามทั้งน้ำตาทันทีที่เห็นฉันวิ่งเข้าบ้านมา
“หนูนอนค้างที่บ้านเพื่อน”
พอได้ยินแบบนั้นแม่ก็เข้ามาจับแขนฉันแล้วก็ตีๆๆ ต่อว่าฉันทั้งน้ำตา ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องตีฉันด้วย ตอนนั้นฉันคิดอย่างเดียวคือฉันไม่ผิด ฉันก็สะบัดแขนออกแล้ววิ่งขึ้นห้องไปเลย แต่ไม่นานแม่ก็ให้อภัยฉัน เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็แล้วๆกันไปโดยฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าวันนั้นแม่เป็นทุกข์ขนาดไหน ถึงกับจะไปแจ้งความกับตำรวจเอาไว้ ฉันทำให้แม่ร้องไห้แล้วคืนนั้นแม่ไม่นอนทั้งคืนเพราะรอว่าเมื่อไหร่ฉันจะกลับ
แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ได้อะไรมากมาย มันเป็นความผิดเล็กๆ ที่สะสมไปเรื่อยๆ ต่อมาฉันฉันติดเพื่อนมากขึ้นอีก เพื่อนชวนไหน…ไป เพื่อนชวนทำอะไร… โกหกแม่บ่อยขึ้นๆ ติดเที่ยว ให้เงินฟุ่มเฟือย เมื่อเที่ยวมากขึ้น
ลำพังเงินค่าขนมแต่ละอาทิตย์มันจะไปพออะไร ฉันก็เริ่มเกเรมากขึ้นด้วยการแอบขโมยเงินแม่ และแอบขโมยสร้อยทองแม่ไปขายเพื่อเอาเงินไปเที่ยวเล่น จากเด็กธรรมดาๆคนนึงกลายเป็นเด็กเกเร ไม่เชื่อฟังแม่ ฉันทำแม่เสียใจมากขึ้นๆ โดยที่ไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย แม่ห้ามแม่ว่าฉันก็ไม่ฟัง ฉันหน้ามืดคิดเอาแต่ความสุขของตัวเอง หลายๆครั้งฉันเห็นแม่ร้องไห้เพราะฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะสนใจ ฉันบอกกับตัวเองว่าเดี๋ยวจะรักแม่มากๆ เดี๋ยวจะคอยดูแลแม่ แต่ฉันก็ไม่เคยจะทำมันสักที
จนวันหนึ่งฉันไม่พอใจแม่มากที่จู่ๆแม่ก็สั่งห้ามฉันไม่ให้คบกับเพื่อนกลุ่มนี้เราเทเลาะกันรุนแรงมาก จนฉันวิ่งหนีแม่ออกจากบ้านไป…
ฉันหายออกจากบ้านและไปขออยู่กับบ้านเพื่อน แต่แม่ขอเพื่อนไม่ยอมให้พักค้างอยู่ด้วยจึงบอกให้ฉันไปขอพักอยู่กับบ้านคุณครูท่านนึงที่สอนอยู่ในโรงเรียน เพราะเห็นว่าบ้านครูอยู่ไม่ไกลกันนัก และน่าจะเหมาะสมกว่า
ครูคนนั้นถามฉันว่า “ทำไมหนูต้องหนีออกจากบ้านมาด้วยจ้ะ?”
“หนูเทเลาะกับแม่มาค่ะ” ฉันตอบครูตามความจริง
“โถ~แค่เทเลาะกันถึงกับต้องหนีแม่ออกมาเลยหรอหนู?”
“ก็แม่ห้ามหนูไม่ให้คบเพื่อนกลุ่มนี้นี่คะ แม่ไม่มีเหตุผล!”
“งั้นเล่าให้ครูฟังได้ไหม ว่าทำไมแม่เขาต้องทำแบบนั้น?”
ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้คุณครูคนนี้ฟัง เผื่อว่าท่านจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง เมื่อฉันเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังหมดแล้วท่านก็ปลอบฉันว่าให้กลับไปขอโทษแม่ และสั่งสอนฉันทุกอย่างว่าสิ่งที่ฉันทำนั้นมันไม่ดีอย่างยิ่ง
“กลับไปขอโทษแม่ซะนะ หนีออกมาแบบนี้รู้ไหมแม่เขาจะเป็นห่วงแค่ไหน ป่านนี้แม่เขาคงรอหนูอยู่ที่บ้าน”
ตอนนั้นฉันรู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดฉันผิดเองทั้งหมด ฉันรู้สึกผิดมาก ทันทีที่ฉันคิดได้ฉันก็อยากกลับบ้านไปกอดแม่แล้วขอโทษแม่ คุณครูท่านเลยอาสาขับรถไปส่งฉันที่บ้าน
ทันทีที่ถึงหน้าบ้านฉันวิ่งเข้าบ้านไปแล้วร้องเรียกหาแม่ แต่…ฉันไม่เห็นแม่อยู่ในบ้าน ฉันจึงตัดสินใจโทรหาป้าเผื่อว่าป้าจะรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน ป้ารับสายแล้วให้ฉันรีบไปที่โรงพยาบาลด่วน! ฉันตกใจมากรีบขึ้นรถแล้วไปที่โรงบาลทันที
พอฉันถึงโรงพยาบาลป้าก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฉันฟัง วันที่ฉันหนีแม่ออกจากบ้านไปนั้น แม่พยายามตามหาฉันทุกวิถีทาง พยายามติดต่อหาฉันแต่ฉันก็ปิดเครื่อง จนแม่ออกไปตามหาฉันข้างนอกจนต้องถูกรถชน!!!
ฉันได้ยินป้าบอกแบบนั้นฉันก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความรู้สึกผิด สักพักป้าก็บอกให้ฉันเข้าไปหาแม่ที่นอนอยู่ข้างในห้อง
ฉันนั่งลงข้างๆเตียงแม่และจับมือแม่ขึ้นมานาบแก้ม
“แม่จ๋า หนูขอโทษ หนูรู้แล้วว่าหนูผิดเองที่เกเรที่ติดเพื่อน ตอนนี้หนูคิดได้แล้ว มันยังไม่สายเกินไปใช่ไหมคะ? ” ฉันพูดบรรยายความรู้สึกร้อยพันออกมาซึ่งฉันไม่สามรถจะจดจำมันได้ทั้งหมด มันไม่อาจะอธิบายได้ว่าความรู้สึกมันเป็นเช่นไร รู้เพียงฉันเจ็บปวด ทรมานกว่าร้อยเท่าพันเท่าที่ทำให้แม่ต้องเจ็บช้ำเพราะลูกเลวๆอย่างฉัน ภายในห้องเงียบสนิท ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงของสิ่งใด ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของแม่ที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง…!
“หลับให้สบายนะคะแม่ หนูรักแม่ค่ะ”
‘วันเวลาไม่อาจหวนคืนกลับไป ต่อให้มีเงินนับแสนล้านก็ไม่สามารถจะย้อนวันเวลาได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว อนาคตมันเป็นสิ่งไม่แน่นอน วันนี้เรายังอยู่ เราจงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะเป็นเช่นไร อย่ารอให้วันเวลาผ่านเลยไป อย่ารอที่จะทำอะไรตอบแทนคนที่เรารัก เพราะเราอาจไม่มีโอกาสได้ทำมันก็ได้ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดว่าขอโทษ หรือรักท่านให้ท่านได้ยิน ถ้าหากฉันรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดแม่คงไม่ต้องร้องไห้เพราะฉัน ถ้าหากฉันไม่หนีแม่ออกจากบ้านไป แม่ก็คงไม่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ ทุกๆอย่างต้นเหตุมันมาจากฉันคนเดียว ช่วงวันเวลานั้นมันทำให้คนอย่างฉันมีตราบาปที่ไม่อาจลบเลือนไปชั่วชีวิต หากฉันเลือกย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคงจะเลือกทำดีกับท่านให้มากกว่านี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไปอย่างฉัน…’
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น