step2

ร้านอาหารบ้านสวนยามเย็นคึกคักไปด้วยเสียงเฮ ปะปนกับเสียงเพลงที่นักดนตรีแสดงสดอยู่บนเวที สปอตไลท์ที่ซ่อนอยู่ตามต้นไม้ใหญ่สาดแสงหลากสีสันน่ามอง ส่วนกลางของร้านถูกเหล่านักศึกษาจับจองต่อโต๊ะยาวเป็นแพ แม้จำนวนเก้าอี้ที่ทางร้านจัดเสริมมาให้จะดูมากมาย แต่ก็ยังไม่สารมารถรองรับผู้มาร่วมกิจกรรมได้พอ

โยอยู่ในชุดนักศึกษาตัวหลวมโพรกที่เจ้าตัวให้เหตุผลตอนเลือกซื้อว่า เดี๋ยวโตขึ้นก็พอดีตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่า สี่ปีผ่านไปมันก็ยังคงหลวมอยู่เหมือนเดิม นั่งจิ้มหมูแดดเดียวบนจานด้านหน้าเข้าปากพอเป็นพิธี เพื่อนๆที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันคุยกันจอแจสนุกสนาน แต่ตัวเขากลับนั่งเงียบอยู่คนเดียวด้วยการเป็นคนปรับตัวช้า แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานรึ่นเริงนี้ซักเท่าไหร่ การนั่งฟังเพื่อนๆลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคนตามด้วยเสียงร้องเพลง เสียงเชียร์ดื่มของรุ่นพี่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับงานดีเหมือนกัน

“เอ้า น้องคนต่อไปครับ” รุ่นพี่ที่ล้อมวงอยู่ด้านหลังตะโกนพร้อมพยักเพยิดให้เขาลุกขึ้นแนะนำตัวเมื่อถึงคิว ด้วยความที่ยังไม่เคยชินกับการแสดงตัวในคนหมู่มาก ทำให้ออกจะเกร็งๆอยู่พอดู เขาลุกขึ้นค้อมตัวเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ พร้อมกับพูดแนะนำตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา

เดชะบุญ รุ่นพี่ที่ยืนอยู่ข้างหลังใช้วิชาหูมารรับฟังคำแนะนำตัวได้แม่นยำ ซ้ำยังทำหน้าที่เป็นโทรโข่งจำเป็นได้อย่างไม่เคอะเขิน ‘เอ้า ต้อนรับน้องโยกันหน่อยโว้ย!!’ ตามด้วยเสียงเฮ เสียงตีขวดเป่าปากของพี่ๆดังสนั่น

ต่อจากการแนะนำตัว น้องใหม่ทุกคนก็ต้องเดินออกไปด้านหน้าเพื่อรับเหล้ารับขวัญมากรอกดื่มให้หัวราน้ำ เขายังคงมองขวดเหล้าเปิดใหม่เอี่ยมอ่องวางนิ่งบนโต๊ะ ด้วยความที่เป็นเด็กดีเหล้าไม่ดื่มบุหรี่ไม่สูบมาได้ถึงสิบแปดปีทำให้รู้สึกหนักใจ

...เอาน่ะ แตะปากนิดหน่อยคงไม่เป็นไร...

คิดได้ดังนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะออกเดินไปยังหน้าลาน

‘เฮ้ย! กรูเอง!!!’ เสียงหนึ่งดังขึ้นทันใด เรียกให้ต้องหันหน้าไปทางต้นเสียง ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาก้าวมาด้านหน้าคว้าขวดเหล้าขึ้นชูพร้อมประกาศศักดา ‘กรูชื่อนัท! ธณัติ ปีสี่!! ขวดนี้ดื่มให้น้องโยโว้ย!!!’

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ เป็นครั้งแรกที่ธณัติเรียกชื่อเขา และเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา...ที่เขาหลงรักผู้ชาย

น้ำสีอำพันไหลจากขวดลงสู่ลำคอ อึกแล้วอึกเล่า ทันใดกลับมีมือใหญ่จับมือของธณัติ บังคับให้ต้องลดขวดลง

“ธณัติดื่มให้ใครไม่ได้หรอก” เสียงพูดปนเยาะเย้ยดังจากปากของชายหนุ่มร่างใหญ่ ผู้เป็นศัตรูหัวใจของโย มือแกร่งคว้าบ่าของธณัติดึงเข้าหาตัว ดวงตาคมดุเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะมอบจูบดูดดื่มแก่รักแรกของเขา


เฮือก!!

ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างในทันใด มันลืมค้างอยู่ชั่วครู่จนสติของเจ้าของฟื้นคืน จึงค่อยหลับลง มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมแฉะตามไรผม ในขณะที่อีกมือปัดผ้านวมให้พ้นตัวเพื่อให้รับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศได้เต็มที่ ปากแดงอิ่มเผยอพึมพำแหบเบา

“…ฝันไป...”

คิดถึงซะจนเก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ...อยากจะหัวเราะตัวเองซะจริง รู้ทั้งรู้ว่าทั้งตัวทั้งหัวใจ พี่นัทมอบให้คนอื่นไปแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจเสียที มันเป็นความรักฝังใจ ราวกับการได้เห็นธณัติในวันรับน้อง เป็นวันที่ลูกเจี๊ยบฟักตัวออกจากไข่ ได้พบแม่ไก่อย่างไรอย่างนั้น

จนถึงเดี๋ยวนี้ ก็ยังรู้สึกยอกในอกทุกครั้งที่ได้ยินธณัติคุยโทรศัพท์กับชวนันท์ เจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นสองคนอยู่ด้วยกัน หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน…

ร่างบางลุกขึ้นนั่งพิงหมอน เอื้อมมือจะหยิบแก้วน้ำที่วางบนโต๊ะเล็กข้างเตียงขึ้นดื่ม พลันกลับเบนเป้าหมายไปยังสิ่งที่ตั้งอยู่ด้านหลังแทน สองมือประคองกรอบรูปราวสิ่งล้ำค่า นิ้วโป้งไล้ไปตามโครงหน้าบนกระดาษอย่างเบามือ

ธณัติในชุดนักศึกษา

...แตะต้องได้เพียงรูปถ่าย ตัวจริงช่างไกลเกินเอื้อม...

...เหงา...

อยากมีคนรู้ใจเหลือเกิน แต่ทำไมทุกครั้งที่คบกับใครสักคน ใบหน้าของธณัติก็มักจะเข้ามารบกวนอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ จวบจนเรียนจบแล้วก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาจึงตัดสินใจเข้าใกล้เพื่อหวังจะเผยความในใจให้อีกฝ่ายได้รู้เสียที ...แต่กว่าจะคิดได้มันก็สายเกินไป…ธณัติเป็นของชวนันท์ไปแล้ว

โยก้าวลงจากเตียง พาตัวเองไปยังตู้เสื้อผ้า คุกเข่าลงเปิดลิ้นชักที่มักจะเปิดดูทุกวี่ทุกวัน ทุกอย่างของพี่นัทที่พอจะเก็บมาได้อยู่ในลิ้นชักนี้...สมบัติล้ำค่าของเขา หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ห่อถุงพลาสติกอย่างดีขึ้นแนบอกโหยหาหวังจะได้ไออุ่นจากผู้เป็นเจ้าของ

...พอเถอะ...โยบอกตัวเองอย่างนั้น...ถึงเวลาที่จะต้องตัดให้ขาดเสียที...มองความเป็นจริงแล้วเริ่มความรักครั้งใหม่เสียเถอะ...

ผ้าเช็ดหน้าถูกวางกลับที่เก่าอย่างเบามือ ตามด้วยกรอบรูปวางทับด้านบนสุด ก่อนที่ลิ้นชักจะถูกปิดลง สลักกุญแจเป็นขั้นตอนสุดท้าย

...จบได้แล้ว โย...

นัยตากลมโตมองลิ้นชักอย่างอาลัยอาวรณ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา

“ลาก่อนครับ พี่นัท”

+++++++++++++++++++++++++++


“ไม่เห็นหน้าซะนาน เป็นยังไงบ้าง?” เสียงตะโกนทักทายดังขึ้นแข่งกับเสียงเพลงดังกระหึ่มในผับที่เคยมาประจำ

“สบายดี ขอบคุณ” โยยกแก้วน้ำชงตามความเข้มที่ชอบขึ้นดื่ม สายตากวาดมองผู้คนมากมายมัวเมาไปกับค่ำคืนหรรษา

“แล้วตอนนี้ยังว่างอยู่รึเปล่า?” อีกฝ่ายไม่รอช้าที่จะทำตามใจตัวเองเลย มือใหญ่เอื้อมกอดยังเอวของร่างบาง โยค่อยๆถอยออกอย่างมีมารยาท

“ก็เรื่อยๆ ว่างบ้างไม่ว่างบ้าง” เขาไม่อยากตอบตามตรง เพราะพอจะรู้เป็นหมายของอีกฝ่ายอยู่

ริมฝีปากเจือกลิ่นเหล้ากับบุหรี่เคลื่อนเข้าใกล้หู กระซิบพอให้ได้ยิน “คืนนี้ว่างรึเปล่าล่ะ” ว่าจบไม่รอช้า จัดการขบใบหูให้สะท้านอารมณ์ โยยกมือขึ้นปัดเต็มที่

“อย่าคิดว่าคราวที่แล้วได้แล้วต่อไปจะได้ทุกครั้งไป เราไม่ได้สนใจนาย” ใช่...เรื่องคราวที่แล้วมันเป็นความผิดพลาด ดันเผลอดื่มแก้วที่อีกฝ่ายชงให้ หลงคิดว่าเป็นน้ำหวานผสมนิดผสมหน่อย โดยที่ไม่ได้ระแวงว่าอีกฝ่ายจะใช้ความหวานของน้ำอัดลมบดบังรสขมของสุราได้อย่างแนบเนียน...เมื่อตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับชายหนุ่ม จึงได้รู้ว่าเสียท่าไปซะแล้ว แต่มันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ช่วงข้ามคืนที่ไม่ได้สานต่อ

“อย่าตัดรอนอย่างนั้นซี่”

“นายนั่นแหละ เลิกเซ้าซี้ซักที”

แล้วบทสนทนาก็จบแค่นั้น จนคิดว่าชายหนุ่มคงจะตัดใจไปแล้ว กลับมีมือสะกิดเรียกที่บ่าอีกคราหนึ่ง แก้วน้ำหวานสีเข้มถูกเสนอจ่อหน้าเชิงบังคับให้รับไป

“นายดื่มเองเถอะ” โยบอกปัดไม่รักษาน้ำใจ

“นิดหน่อยเองน่า รับรองใส่เหล้าไปแค่นิ๊ดเดียว” บีบเสียงให้รู้ว่าน้อยจริงๆพลางยัดเยียดให้ร่างบางต้องรับไว้ถือ โยก้มลงมองแก้วน้ำหวานอย่างคลางแคลงใจ...

“เอาน่า อย่าคิดมาก แค่ชงมาให้ดื่มเอง”

…จากประสบการณ์ เหล้าแก้วนี้มันต้องมีอะไรซักอย่างไม่ชอบมาพากล...

“น่านะ อึกเดียวก็ยังดี ดื่มให้ชื่นใจหน่อย อุตส่าห์ตั้งใจชงให้” อีกฝ่ายยังคะยั้นคะยอไม่เลิก

โยถอนหายใจหนัก “โอเคๆ อึกเดียวแล้วเลิกยุ่งกันซักทีนะ อยากได้เพื่อนนอนก็ไปหาคนอื่นซะ วันนี้เราไม่มีอารมณ์” ว่าพลางตั้งท่าจะยกแก้วขึ้นดื่ม ฉับพลันบ่าก็ถูกรวบไป จมูกแทบชนกับแผ่นอกตึงแน่น กลิ่นโคโลญจ์ผู้ชายหอมอวล แก้วเหล้าถูกแย่งออกจากมือ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกตะลึง...แวบแรกนึกว่าพี่นัทมาช่วยเหมือนเมื่อคราวรับน้อง...แต่กลับไม่ใช่...

...ถึงจะไม่ใช่...แต่ก็เหมือนกันเหลือเกิน... ใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมา อีกทั้งดวงตาสีน้ำตาลเข้มช่างเหมือนซะจนน่าแปลกใจ

“เฮ้ย!! มึงเป็นใครวะ อย่ามายุ่ง!” ชายหนุ่มคนแรกตะโกนหาเรื่อง

“กรูชื่อเนศ!! ธเนศ! แก้วนี้กรูดื่มแทนน้องคนนี้เองโว้ย!!!” เขายกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้น้ำรสขมไหลผ่านลำคอรวดเดียวหมด เมื่อก้มหน้าลงมาสบตาหวานฉ่ำได้เพียงชั่ววินาที ร่างกายกำยำพลันหล่นวูบจนต้องออกแรงพยุงไว้ เปลือกตาบางหลับลงอย่างฝืนไม่อยู่

“คุณ! คุณ...ธเนศ!!!” ให้ตาย ขนาดชื่อยังเหมือนกันขนาดนี้ ถ้าเหมาว่าเป็นพี่น้องกันจะผิดมั้ยเนี่ย!

“ชิ! ไอ้บ้าเอ๊ย เสือกแย่งดื่มซะได้” เมื่อโยได้ยินเสียงสบถบ่นจึงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างโมโห

“นายใส่ยานอนหลับ!”

“ก็เออซิวะ! โว้ย เซ็ง! เสียแผน...ไม่เอาก็ได้วะ ไปหาคนอื่นก็ได้” ว่าพลางเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงภาระชิ้นใหญ่ในอ้อมแขนบาง


+++++++++++++++++++++++++++++


“เฮ้อ!” โยถอนหายใจปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยแสนเหนื่อย การถูลากถูกังผู้ชายตัวใหญ่กว่ามาถึงห้องนอนของโรงแรมข้างผับได้นี่มันช่างกินพลังงานซะจริง ร่างบางนั่งพักบนขอบเตียงพลางพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่าย
เหมือนมาก หน้าคล้าย เสียงคล้าย ชื่อคล้าย...แม้แต่คำพูดยังคล้ายกันเลย

‘กรูชื่อเนศ!! ธเนศ! แก้วนี้กรูดื่มแทนน้องคนนี้เองโว้ย!!!’ คล้ายกับเหตุการณ์ที่ทำให้หลงรักพี่นัท

...ไม่ได้ๆ เอาภาพพี่นัทมาซ้อนกับคนอื่นได้ยังไง...

...แต่...

โยคร่อมตัว ล้วงมือเข้ายังกระเป๋ากางเกงอีกฝ่าย จับกระเป๋าสตางค์ได้ก็ดึงออกมา เมื่อซึมซับข้อความบนบัตรประชาชนได้ก็แย้มยิ้ม...ช่างบังเอิญจริงๆ...

“พี่เนศ...” ก้มลงกระซิบข้างหู นิ้วเรียวบรรจงแกะกระดุม

“อือ...” แม้จะไม่รู้สึกตัว แขนแกร่งก็ยกขึ้นรวบเอวอีกฝ่ายได้ตามสัญชาติญาณ ใบหน้าทั้งสองห่างกันแค่คืบ

“พี่เนศ...เป็นรักครั้งใหม่ของผมได้รึเปล่า” เปรยอย่างไม่ต้องการคำตอบจากคนหลับ ริมฝีปากแนบประทับดูดดื่ม ก่อนที่ปากแดงอิ่มจะยิ้มแสยะ

“ผมจะถือว่าตกลงก็แล้วกันนะ”


++++++++++++++++++++++++++++++


อากาศเย็นฉ่ำในห้องนอนเรียกให้โยโหยหาไออุ่นโดยไม่รู้สึกตัว แขนผอมบางก่ายหาเป้าหมายก่อนจะคว้าวืดเมื่อข้างตัวเป็นเพียงที่นอนว่างๆเย็นๆ ดวงตาเปิดขึ้นอย่างง่วงงุน เหลียวซ้ายแลขวาไม่พบใครจึงค่อยรู้ตัว

…ธเนศไปแล้ว...

เรื่องเมื่อคืนนี้ ชายหนุ่มจะจำได้รึเปล่านะ จะรู้สึกยังไงกับเขาบ้าง หนีไปอย่างนี้ท่าทางเมื่อคืนจะเป็นเรื่องพลาดสำหรับธเนศล่ะมั้ง...แต่ไม่เป็นไร แม้มันจะเป็นเรื่องผิดพลาด แม้ธเนศจะไม่ได้ชอบผู้ชาย แม้ความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้จะเป็นการตบมือข้างเดียว แต่ครั้งนี้เขาจะทุ่มสุดตัว ทุ่มสุดใจ...

โยแสยะยิ้ม “หนีไม่พ้นหรอกครับ พี่เนศ...ผมจะทำให้พี่รักผมให้ได้เลย”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น: