step 1

อากาศเย็นชื้นจากเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งอวลในห้องขนาดใหญ่ชวนให้รู้สึกสบายตัว สภาพแวดล้อมยังคงมืดทึมด้วยผ้าม่านหนาหนักที่รูดปิดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ไว้ เสียงอึกทึกจากการจราจรแน่นขนัดภายนอกไม่สามารถเล็ดรอดเข้ามารบกวนผู้ที่หลับสบายอยู่ข้างในได้ด้วยตำแหน่งของห้องที่อยู่สูงกว่าพื้นดินถึงสี่สิบชั้น พื้นห้องที่ถูกปูด้วยพรมหนานุ่มนั้นกลับดูรกตาด้วยสภาพของเสื้อสอง กางเกงสอง และชั้นในอีกสองที่ถูกทิ้งระเกะระกะเป็นทางตั้งแต่หน้าประตูจนถึงเตียงคู่หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องนอน ผ้าห่มสีขาวสะอาดปกคลุมสองร่างไว้ข้างใต้ เหลือเพียงแขนแกร่งข้างหนึ่งกับปอยผมยุ่งโผล่พ้นผ้าออกมาเท่านั้น

“อือ” ชายหนุ่มส่งเสียงครางทุ้มในลำคออย่างสบายตัว แพขนตาค่อยๆยกขึ้นเผยดวงตาสีน้ำตาลเข้มข้างใน ก่อนจะกระพริบถี่ๆเพื่อปรับสายตากับแสงสว่าง สภาพห้องเหมือนโรงแรมนี่ช่างไม่คุ้นตาเสียเลย เข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ หัวมันหนักอึ้งจนไม่อยากยกขึ้นจากหมอนเอาซะเลย เปลือกตาปิดลงอีกครั้งพร้อมทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา…


+++++++++++++++++++++++++++++++


-14 ชั่วโมงก่อน –

เสียงครางกระหึ่มของนกเหล็กขนาดกลางดังสนั่นแหวกชั้นบรรยากาศ ตามด้วยแรงกระแทกลงสู่พื้นดิน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์มองลอดหน้าต่างบานเล็กก็พบสภาพของพื้นลาดยางเป็นลานกว้างแทนที่กลุ่มเมฆสีขาวที่เห็นเมื่อห้านาทีที่แล้ว

“ขณะนี้สายการบินได้พาท่านมาถึงกรุงเทพมหานครแล้วค่ะ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่าน...”

เสียงหวานของผู้ประกาศดังขึ้นหลังจากที่เครื่องจอดสนิท แต่จะมีคนฟังก็หาไม่ ทันทีที่สัญญาณไฟรัดเข็มขัดดับลง เสียงปลดเข็มขัดกริ๊กแกร๊กก็ดังรัวราวประทัดวันตรุษจีน ตามด้วยเสียงจอแจร้อยแปดของบรรดาผู้โดยสารหลากวัย


+++++++++++++++++++++++++++++++++


“พี่เนศ!”

หลังจากนั่งรอในร้านคอฟฟี่ช็อปจนรู้สึกทะแม่งๆ ธเนศก็ควักโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์ยกแนบหู เสียงรอสายดังขึ้นตามด้วยเสียงเรียกชื่อเขาพอดี เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็พบน้องชายหัวแก้วหัวแหวนวิ่งกระหืดกระหอบตรงมา สัญญาณโทรศัพท์คงจะเพิ่งส่งไปถึงงทางนั้น ธณัติจึงมีอาการพวักพะวนกับการควักมือถือรับไปวิ่งไปจนขาสะดุดกันเองได้ทั้งๆที่ไม่มีอะไรขวางทาง

“ว...เหวอ!!” เสียงร้องตกใจกับท่าทางโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่ราวภาพสโลวโมชั่น สั่งให้ท่อนขาแกร่งลุกพาตัวไปยังจุดหมายโดยไม่ต้องใช้สมองคิด อุ้งมือใหญ่คว้าจับช่วงเอวพยุงไว้ได้ก่อนที่น้องชายจะหน้าแบนลงอีกสามมิล มือของธณัติที่ไขว่คว้าหาหลักยึดลอดอ้อมบ่าโอบยังหลังคอผู้เป็นพี่ เก่าแน่นติดหนึบเป็นหลักราวโคอาล่าเกาะต้นไผ่ก็ไม่ปาน...แล้วทุกอย่างก็จบลง

“เฮ้อ...ขอบคุณ” ธณัติพูดพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่เสียงพูดกลับส่งไปไม่ถึงธเนศผู้พี่ ที่คิ้วขมวดมุ่นกับสัมผัสที่เปลี่ยนไป

...เปลี่ยนไป...

น้องชายของเขาตัวนุ่มหอมได้ขนาดนี้เชียว รู้สึกจะมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นกว่าที่เจอเมื่อสองเดือนที่แล้วมากมาย ช่วงเอวสมส่วนกับบั้นท้ายกลมกลึงช่างน่า...

“ว้าก!!!” มือใหญ่พลันปล่อยเอวบางทิ้งกระทันหัน ส่งผลให้หมีโคอาล่าถไลพรืดหล่นโครมหน้าทิ่มพื้นสิบคะแนน

...คิดบ้าอะไรฟะ เจ้านัทมันน้องชาย! ....น้อง...ผู้ชาย!!!

ธเนศส่ายหัวย้ำบอกตัวเองโดยไม่สนใจเสียงร้องด่าเหยงๆของโจทก์ “เฮ้ย ได้ยินเปล่าฟะ! เมาเครื่องเรอะ!”

ต่อเมื่อปลายเท้าถูกเขี่ยแรงๆจึงค่อยรู้ตัว “เออ...โทษที” ว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ คว้ากาแฟที่เริ่มเย็นชืดดื่มให้หมดแก้ว “ว่าแต่ทำไมมารับช้า ให้รอตั้งนาน“ ก่อนขึ้นเครื่องก็โทรเช็คเวลากันแล้ว

“ก็...นิดหน่อย” เสียงอึกอักแบบมีพิรุธทำให้ต้องละสายตาจากหนังสือพิมพ์ขึ้นมอง

“หือม์?” หรี่ตามองสภาพของน้องชายอย่างพิจารณา...ตาแดงบวม ปากช้ำเจ่อ กับเสื้อผ้าที่ค่อนข้างจะยับยู่

“ทะเลาะกันมา?” ธณัติสะอึกทีหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าหลุบขนตาลงปิดบังดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เริ่มรื้นน้ำ

“ใช่มั้ย?“ ถามย้ำอีกทีเพื่อความชัวร์

“เออน่า! ก็เรื่องปกติ คบกันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดา” พูดเหมือนปลอบใจตัวเองมากกว่าจะอธิบายให้ผู้เป็นพี่ฟัง

“…เคยบอกแล้ว ว่าชายกับชาย มันไม่รุ่งเรืองหรอก มีแต่จะรุ่งริ่ง” นับเป็นโอกาสดีที่ไม่ควรพลาด ธเนศลงมือถือพัดเข้าโหมกระพือ แต่ดูเหมือนจะสู้แรงไม่ได้ ไฟจึงมอดดับอย่างน่าเสียดาย ธณัติไม่สนใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางของธเนศขึ้นพาดบ่า

“กลับห้องก่อนเหอะ เดี๋ยวจะดึกเกิน” ร่างบางเดินลิ่วโดยทิ้งผู้เป็นพี่ชายไว้ภายหลัง

“ชิ!” จิ๊กปากอย่างขัดใจก่อนจะคว้ากระเป๋าอีกใบเดินตามหลังไป


++++++++++++++++++++++++++++++


“โห~ รสนิยมดีนะเนี่ย!” พูดขึ้นอย่างทึ่งๆเมื่อไฟในห้องคอนโดเปิดสว่าง

“แหง อุตส่าห็ผ่อนตั้งนาน เหลืออีกแค่สี่เดือนเอง”

“พูดงี้หวังจะให้ผ่อนต่อให้ใช่มั้ย? เอาก็เอาฟะ! ยังไงก็มาขออยู่ร่วมห้องแล้ว” เอ่ยอย่างรู้ใจน้องชาย

“โห...เป็นพระคุณคร้าบ พี่เนศ...แต่ไม่ใช่อยู่ร่วมห้องหรอก ให้อยู่คนเดียว”

“อยู่คนเดียว?” ธเนศทวนคำอย่างงงๆก่อนจะนึกขึ้นได้ “เฮ้ย! นี่ถึงขนาดไปนอนบ้านเค้าแล้วเรอะ! คนที่บ้านเขาไม่ว่าเอารึไง?”

“เหอะน่า...คุณแน็ทเค้าอยู่คนเดียว...อย่าพูดถึงได้มั้ย หงุดหงิดเฟ้ย!!”

“เออๆ...แต่ทะเลาะกันงี้ เดี๋ยวก็เลิกกัน...ให้พี่ชายคนนี้หาสาวใหม่ให้ดีกว่ามั้ยน้องเอ๋ย มันวาบหวิวกว่ากอดผู้ชายเยอะ!” โอบบ่าตบไหล่ปลอบใจก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางค้นเสื้อผ้าเลือกชุดบุกประจัญบานยามค่ำคืน

“รู้ได้ไง พี่เนศเคยกอดผู้ชายเรอะ?” พูดจบหมอนนุ่นใบใหญ่ก็ถูกคนที่รื้อเสื้อคว้าโยนปุใส่หน้า

“กรูเป็นชายแท้โว้ย!!”


+++++++++++++++++++++++++++


-10 ชั่วโมงก่อน –

เสียงเพลงเป็นจังหวะตื่นเต้นเร้าใจดังกระหึ่มในพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ หากผู้คนมากมายเบียดเสียดกันจนน่าอึดอัด

“เฮ้ย! ไอ้นัท! สุดซอยโว้ย!” ธเนศตะโกนแข่งเสียงเพลงอย่างคึกครื้น ความมีสติละลายหายไปพร้อมกับปริมาณน้ำเมาที่พร่องไปเกือบครึ่งขวด ต่างกับธณัติ ที่ยิ่งดื่มก็ยิ่งเศร้าใจ

“ฮือ~ คุณแน็ท ทำมาย...ทำไมไม่เชื่อใจกันบ้าง...ทามม้ายยย!!” โก่งคอตะโกนสุดเสียงก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะปัดกระติกน้ำแข็งหล่นกระจายเต็มพื้น

“เป็นไรฟะ” ธเนศกับหัวเราะร่วนกับท่าทางกลุ้มใจของน้องชาย เดินไปด้านหลังตบหัวฉาดหนึ่งก่อนจะงัดคางขึ้นบังคับมอง

“โน่น! ดูซะ สาวสวยมีตั้งเยอะแยะ ไปสนใจทำไมไอ้ผู้ชายหล่อน้อยแบบนั้น รีบหาใหม่แล้วเลิกๆไปเหอะน่า! ป๊าม๊าจะได้ดีใจที่ลูกชายเดินถูกทาง”

“แต่ว่า...คุณแน็ท...งือออ...”

“เห็นป่าว น้องชุดดำน่ะ มองแกอยู่นะโว้ย แสดงความแมนให้เพ่เห็นหน่อย” กรอกหูกล่อมประสาทจนธณัติชักเห็นดีเห็นงาม พยักหน้าลุกขึ้นเดินโงนเงน มีธเนศผู้พี่คอยผลักหลังคอยเชียร์เป็นแรงส่ง

“เฮ้อ! ไอ้น้องคนนี้ ต้องให้สอน” ธเนศยืนมองน้องชายอยู่ที่โต๊ะ ยกแก้วขึ้นดื่มอย่างพึงใจ ก่อนจะพ่นพรวดวางแก้วลงเมื่อเห็นภาพน้องชายถูกดึงไปซบอกหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้แทนที่จะเป็นสาวชุดดำดังที่หมายมั่น

“ให้ตาย! ไอ้พวกผิดเพศ น้องชายกรูห้ามแตะโว้ย!!” ก้าวฉับๆคว้าแขนบางของธณัติดึกออกจากอกล่ำๆได้ก็ตะโกนด่าดังลั่น ก่อนจะลากน้องชายเจ้าปัญหาถูลู่ถูกังกลับโต๊ะ

“ฮือ~ พี่เนศว่าผมผิดเพศ! เออเซ่! ผมมันเป็นเกย์! ก็ผมรักคุณแน็ทนี่นา อืออ...คิตตี้...ฮือออ...อยากกินแพนเค้ก...โฮ!!!!!” พอนั่งลงได้ลิ้นไก่สั้นๆก็งึมงำฟังไม่เป็นภาษาจนธเนศถอนใจ...แผนหาน้องสะใภ้คงต้องพับเก็บ

“นัทเอ๊ย...ยังไงแกก็เป็นน้องฉัน ถึงแกจะชอบผู้ชาย มันก็ต้องเปลี่ยนไปชอบผู้หญิงได้นะ” ก็ดูสิ ขนาดนั่งเฉยๆสาวเยอแยะยังเหลียวมองพวกเขาเป็นทางซะขนาดนี้...ธเนศคิดโดยพยายามมองข้ามสายตาหนุ่มเยอะแยะที่มองเป็นทางไปเสีย

กวาดตามองรอบข้างสายตาก็สะดุดอยู่ที่ร่างบางในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีพื้นกับกางเกงยีนส์ขายาวดูเรียบง่ายหากจับตาอยู่ในที ด้วยใบหน้าขาวใสที่แม้ความมืดทึมของร้านก็ไม่อาจบดบัง ริมฝีปากแดงฉ่ำกำลังเม้มน้อยๆเชิงไม่ใคร่พอใจ ผมซอยยาวไล่ต้นคอดูกระฉับกระเฉงสะบัดพริ้วตามแรงส่ายหน้าของเจ้าของ มือเรียวสวยยกขึ้นปฏิเสธน้ำเมาที่ชายหนุ่มข้างกายกึ่งเสนอกึ่งยัดเยียดให้ดื่ม

...สาวน้อยสไตล์ทอมบอย...เป็นแบบที่ถูกใจพอดี...

...ลักษณะขาลุยอย่างที่หาได้ยากนักในชีวิตที่ผ่านมา...

ท่าทางกำลังลำบากเสียด้วย ในที่สุดก็ต้องยอมรับแก้วเหล้าที่อีกฝ่ายส่งให้ถือจนได้ หน้าใสก้มลงมองน้ำสีอำพัน คิ้วเรียวบางขมวดปมอย่างลำบากใจ

...คงต้องช่วยซะแล้ว...

ทันทีที่คิด ขาก็พาย่างก้าวสู่เป้าหมายอย่างว่องไว มือใหญ่คว้าบ่าบางจับกระชับแนบอก ก่อนที่อีกมือจะฉวยแก้วเหล้ามาไว้กับตัว ก้มมองดวงตาสีดำที่เบิ่งตากว้างอย่างตกใจแว่บหนึ่ง

“เฮ้ย!! มึงเป็นใครวะ อย่ามายุ่ง!” ชายหนุ่มคนเดิมตะโกนถามหาเรื่องเต็มพิกัด

“กรูชื่อเนศ!! ธเนศ! แก้วนี้กรูดื่มแทนน้องคนนี้เองโว้ย!!!” จบคำไม่รอช้า ยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้น้ำรสขมไหลผ่านลำคอรวดเดียวหมด

ก้มลงมองใบหน้าขาวอีกทีกลับรู้สึกว่ารูปหน้ามันโยกโย้ ไฟหลากสีสันส่องวูบวาบไปมายิ่งเร่งให้มึนงง ขาทั้งสองข้างพลันหมดแรงพยุงตัว เปลือกตาหนักอึ้งปิดลงอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิทราวกับหนังที่ฉายจบตอน


++++++++++++++++++++++++++


นั่นเป็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เขาจำได้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองปอยผมที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมาของผู้ร่วมเตียง...แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกันนะ

อยู่บนเตียงสองคน...ในสภาพเปลือยเปล่า

ธเนศไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดเดาไม่ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น อารมณ์ผ่องใสกับร่างกายเบาสบายขนาดนี้เป็นเครื่องยืนยันที่ดีอยู่แล้ว ...แต่ที่ยังสงสัยคือ ...เขาร่วมเตียงกับใครต่างหาก

...จะใช่สาวน้อยคนนั้นรึเปล่านะ?...

มือใหญ่จับผ้าห่มเลื่อนลงอย่างแผ่วเบา หวังว่าจะได้เห็นใบหน้าขาวใสที่ถูกตาต้องใจเมื่อคืน

...ใช่จริงๆด้วย...

คิดอย่างลิงโลดเมื่อเป็นดังหวัง แสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามารำไรยิ่งขับให้ใบหน้าขาวใสดูดีขึ้นกว่าที่เห็นในผับเมื่อคืนนี้มากมาย แพขนตายาวงอนกับเปลือกตาบางยังคงบดบังนัยน์ตาไว้ จมูกเล็กโด่งกับริมฝีปากแดงฉ่ำที่แย้มยิ้มจางๆให้กับห้วงฝันนั้นน่ามองเหลือเกิน

ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าน้ำลายมันฝืดคอ ความร้อนเริ่มรุมเร้าร่างกายเมื่อจินตนาการต่อว่า ร่างกายที่อยู่ใต้ผ้าห่มนี้จะน่าฟอนเฟ้นเพียงใด มือใหญ่ลอดใต้ผ้าห่มค่อยๆสัมผัสลูบไล้เนื้อแท้อย่างแผ่วเบา

“อืม~” เสียงครางแหบเซ็กซี่น่าฟังดังขึ้นเบาๆ ท่าทางร่างบางจะรู้สึกสบายจึงได้เบียดตัวเข้าชิดหาไออุ่นให้มากกว่าเดิม

…อืมม...หน้าอกหน้าใจเล็กไปหน่อย แต่ก็สมรูปร่างล่ะนะ...เล็กๆแบบนี้ก็น่ารักดี...

...ว่าแต่...

..ไอ้ที่มันดันขาอยู่คืออะไรฟะ?...

คิ้วหนาขมวดอย่างไม่อยากคิดว่าไอ้ที่เดาไว้มันถูกหรือผิด แขนแกร่งปาดผ้าห่มยกขึ้นเบาๆ มองลอดข้างใต้เผยให้เห็นร่างกายที่ถูกเนื้อผ้าหนาบดบัง

...

...

ธเนศค่อยๆปลีกตัวออกจากร่างที่กกก่าย ย่องลงจากเตียงหลังใหญ่ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าที่ระเนระนาดบนพื้นพรมสวมใส่อยากรวดเร็ว

ประตูห้องถูกเปิดแง้มพร้อมกับปิดลงอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงที่ยืนหลังพิงบานประตูฝั่งทางเดินนอกห้องกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ยากจะบรรยาย คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบว์ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลจากหน้าผากกลิ้งลงเปียกชุ่มคอเสื้อ

มือใหญ่ทั้งสองยกขึ้นกุมขมับก่อนจะไถลตัวลงนั่งยองๆอย่างกลัดกลุ้มในความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตนเอง เสียงแหบแห้งเล็ดลอดออกจากปากเบาๆ





...

“…ผู้ชายนี่หว่า…”


++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น: